[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
หน่วยงานภายใน

นวัตกรรมทางการเรียน






เว็ปที่น่าสนใจ







ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 98 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
poll

   ระบบประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนเป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. พอใช้
  4. ปรับปรุง

  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
วันวาน..วันนี้..วันพรุ่ง…บอลไทยสู่ฝัน “โอลิมปิก”  VIEW : 21    
โดย Nong

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 2
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 40%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 209.58.173.xxx

 
เมื่อ : อังคาร ที่ 1 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2562 เวลา 17:44:13   

สัปดาห์ก่อนหน้าที่ผ่านมาแวดวงบอลไทยมีข่าวสารที่เกี่ยวเนื่องกับการแข่งขัน “โอลิมปิกเกมส์” อยู่ 2 ข่าวเกิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้ แต่ว่าคนภายในข่าวต่างสมัยต่างยุคกันไฮไลท์คือการจับสลากแบ่งสาย “ฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปีชิงแชมป์ทวีปเอเชีย 2020” ที่ไทยเป็น “เจ้าภาพ” ระหว่างวันที่ 8-26 มกราคม 2563ทัวร์นาเมนต์นี้มี 16 ชาติร่วม เตะกัน 32 นัดหมายหา 3 ทีมเป็นตัวแทนเอเชียไปกีฬาโอลิมปิก “เมืองโตเกียวเกมส์ 2020” ในตอนกลางปีที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพและก็ได้สิทธิ์เตะในรอบสุดท้ายอยู่แล้วนักเตะไทยโดนจับอยู่“กรุ๊ปเอ” ร่วมกับ อิรัก ประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งบาห์เรนกลุ่มของไทยหนักหรือเบาอยู่ที่มุมมอง แต่เกมระดับ “รอบท้ายที่สุดชิงชนะเลิศเอเชีย” แบบนี้ถ้าว่ากันตรงๆอาจจำต้องบอกว่าไม่มีค่อย อยู่ที่พบหนักมากหรือน้อยเท่านั้นที่น่าดึงดูดเป็นการเตรียมกลุ่มชาติไทยมากยิ่งกว่าว่าพร้อมมากแค่ไหนสำหรับในการชิงแชมป์เอเชียที่วางเป้าหมายเอาไว้ว่าจำเป็นต้องติดเป็น 1 ใน 3 ไป “โอลิมปิก 2020” ให้ได้เอ่ยถึงประเด็นนี้ทีไรรู้สึกเสียดายทุกครั้ง ทีมชาติไทยควรจะได้จัดเตรียมกลุ่มสม่ำเสมอมากมายว่า 3 ปีแล้ว นับจาก “สมาคมกีฬาบอลฯ” วางเป้าเอาไว้อย่างหรูในช่วงเวลานั้นว่าจะไปโอลิมปิกทั้งเริ่มแผนจัดแจงกลุ่มนับ 1 ก่อน“กีฬาซีเกมส์ 2017” รวมทั้งเสนอตัวขอเป็น “ผู้จัดงาน” เพื่อชิงความเป็นต่อในเกมรอบในที่สุดแม้กระนั้นเอาเข้าจริงการเตรียมกลุ่มดันล้มเหลวไม่เป็นท่า นโยบายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาดั่ง *“ไม้หลักปักขี้เลน” *3 ปีเปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอนไป 4 รอบแบบพึ่งได้ อากีระ นิชิโนะ มารับงานควบกับทีมฟุตบอลโลก เท่ากับว่าแทนที่จะได้จัดแจงทีมมาแล้ว 3 ปีกลายเป็นมีเวลาเพียงแค่ 4-5 เดือน ก่อนแข่งขันแค่นั้น !!!ภาวะกลุ่ม “ยู-23” ในวันนี้ก็เลยน่าเป็นห่วงมากยิ่งกว่าจะไปกังวัลกับทีมคู่แข่งว่าเป็นยังไง เพราะเอาจริงๆ“นิชิโนะ” พึ่งได้เริ่มนับ 1 จัดเตรียมกลุ่ม แต่ว่ายังไม่เคยพบกันแบบเต็มแก่มด้วยซ้ำการเข้าแคมป์ตอน “ฟีฟ่าเดย์” ในต.ค.นี้จะเป็นการรวมทีมหนแรกของ “นิชิโนะ” แต่ว่าก็น่าดึงดูดว่าผู้จัดการทีมฟุตบอลญี่ปุ่นจะบริหารจัดแจงเช่นไรสำหรับเพื่อการคุมกลุ่มชาติไทยอีกทั้ง 2 ชุดพร้อมสถานการณ์ของทีม “ยู-23” เท่าที่เห็น “วันนี้” ก็เลยน่ากังวลถึงเป้าหมายที่หวังกันไว้ว่า “บอลไทยจะกลับไปโอลิมปิกอีกรอบ” จะเป็นจริงได้หรือไม่บางคนอาจจะไม่ทราบว่า “วันวาน” ที่ผ่านมาฟุตบอลไทยเคยไปโอลิมปิกมาแล้วถึง 2 ครั้ง ประเด็นนี้ผู้คนจำนวนมากทราบ แม้กระนั้นอีกคนไม่ใช่น้อยยังไม่เคยทราบปริศนาที่ว่า “ฟุตบอลไทยเคยไปโอลิมปิกหรือไม่” จึงถูกถามบ่อยคราวผู้ใดกันยังไม่ทราบก็บอกให้ทราบไว้เลยว่าทีมชาติไทยเคยสร้างประวัติศาสตร์ไปชิงชัยโอลิมปิกหนแรกมาแล้วตั้งแต่พ.ศ.2499 ใน “กีฬาโอลิมปิก 1956” ที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียนักเตะทีมชาติไทยยุคนั้นมีหลายท่านที่คนรุ่นหลังเคยทราบชื่อ เช่น “ปรมาจารย์ลูกหนัง” พลตรีร่าเริง ไชยยงค์ และก็ “น้าสันต์” ประสันต์ สุวรรณสิทธิ์ ที่ปัจจุบันนี้ล่วงลับไปแล้วประวัติศาสตร์ครั้งที่ 2 ของบอลไทยในโอลิมปิกเกิดขึ้นในพ.ศ.2511 หรืออีก 20 ปีต่อมาจากคราวแรกใน “โอลิมปิก 1968” ที่ประเทศเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโกปัจจุบันนักฟุตบอลชุดลุยประเทศเม็กซิโกยังอยู่ในวงการผู้คนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น นิวัว่ากล่าว ศรีสวัสดิ์, ชัชชัย พหลแพทย์, สราวุธ ประทีปากรชัย, ไพบูลย์ อัญญะโพธิ์, เกรียงศักดิ์​ กระจ่างเศรษฐ์ อื่นๆอีกมากมายตอนนี้บางบุคคลทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับชมรม บางรายเปิดสอนฟุตบอลเด็กๆคนจำนวนไม่น้อยปฏิบัติภารกิจผู้ควบคุมการประลองในฟุตบอลลีกทุกๆคนนับว่าเป็น “ฮีโร่” ของวงการฟุตบอลไทย แม้กระนั้นน่าเสียดายที่บางคนดูเหมือนจะ “ถูกลืม” เนื่องจากบอลไทยช่วงนี้ไม่ค่อยระลึกถึง “รากเหง้า” ก่อนหน้านี้น่าสลดใจที่ข่าวสารทุกข์ใจที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนถูกเอ่ยถึงแค่ในวงเล็กๆทั้งที่ สหัส ความสามารถพิเศษ คือนักฟุตบอลที่ยิงประตูชัยให้ทีมชาติไทยได้ไปโอลิมปิก 1956 ได้เสียชีวิตลงถึงแม้ สหัส จะมิได้ร่วมกลุ่มไปประเทศเม็กซิโกเนื่องด้วยป่วยหนักจนกระทั่งจะต้องหลุดจากกลุ่มไป แต่ว่าหลังจากนั้นได้กลับมาร่วมกลุ่มชาติไทยครองแชมป์เยาวชนเอเชียหรือ​ “ถ้วยทองคำ” ในเวลาถัดมานั่นเป็นการบรรลุเป้าหมายที่ตลอดมาจากการที่ทีมชาติไทยได้ไปโอลิมปิกที่เม็กซิโก ซึ่งเป็นจุดเริ่มแรกของการเกิดฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ด้วยชื่อของ “สหัส พรสวรรค์” จำเป็นต้องค่าแก่การเป็น “วีรบุรุษลูกภาพยนตร์ไทย” คนหนึ่ง แม้กระนั้นน่าผิดหวังที่แวดวงฟุตบอลไทยกลับเฉย ไม่มีแอคชั่นอะไรก็ตามจาก สโมสรกีฬาบอลฯ เลยภาษิตจีนว่าไว้ “เวลาดื่มน้ำ อย่าลืมนึกถึงต้นลำธาร” บอลไทยกว่าจะมาถึงวันนี้ผ่านอะไรมามาก อย่าหลงไหลกับเดี๋ยวนี้กระทั่งลืมสมัยก่อนที่มาสัมพันธ์กีฬาบอลฯ ควรจะ “ใส่ใจ” แล้วก็ให้เกียรติ “ฮีโร่” ทุกคน ยิ่งในขณะนั้นกำลังฝันจะไปโอลิมปิกอีกทียิ่งควรจะชมเชยชมเชยแม่ทัพประวัติศาสตร์โอลิมปิกไทยนักฟุตบอลรุ่นเหลนของลุงๆที่เคยไปโอลิมปิกมาแล้วจะได้ภูมิใจและทราบดีว่าเมื่อสู้รวมทั้งทำชื่อเสียงเพื่อประเทศแล้ว……..ตอนท้ายจะไม่ถูกลืม “บับเบิ้ล” ดูข่าวต้นฉบับ Total count of Like 0 Total count of Comment 0 LINE share button Facebook share button Twitter share button ดูเสริมเติม ธีรศิลป แดงดา ยังเป็นความหวังที่พึ่งได้ !!! ชุดนี้ที่รอ! นิชิโนะ แบโผ 23 แข้งลุยบอลโลก ต.ค.นี้ มุ้ย คัมแบ็ก ผู้ฝึกสอนผู้แปลงชีวิต!”พิธิวัต”ระลึกถึง”น้าฉ่วย”ปรับให้มาเล่นเกมรับ สนับสนุนโดยเว็บไซต์ ufabet8x